เตรียมพร้อมก่อนแต่ง เลี่ยงโรคทางเพศ

                  จากการสำรวจของกรมอนามัย พบว่า ทุกวันนี้คู่ชายหญิงมีเพศสัมพันธ์ก่อนแต่งงานถึงร้อยละ 50 เรื่องดังกล่าวไม่เพียงเป็นทัศนคติทางสังคมเท่านั้น ยังรวมถึงสุขภาพที่ปลอดภัยจากโรคทางเพศด้วย
                  น.พ.ณรงค์ศักดิ์ อังคะสุวพลา อธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข กล่าวเตือนถึงการเตรียมความพร้อมก่อนการใช้ชีวิตคู่ร่วมกันในทุกกรณีว่า ก่อนมีเพศสัมพันธ์ และก่อนมีบุตร ถือเป็นหัวใจหลักที่จะช่วยพัฒนาคุณภาพประชากรในระยะยาว ทั้งยังเป็นการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคของทั้งชายและหญิง เพราะการเตรียมความพร้อมดังกล่าวเป็นการดูแลสุขภาพที่ไม่เจาะจงด้านร่างกายเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงปัจจัยต่างๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับชายหญิงในการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข เป็นการบูรณาการหลายๆ กิจกรรมเข้าด้วยกัน
                  เนื่องจากชายหญิงวัยเจริญพันธุ์ใช้ชีวิตร่วมกัน อาจส่งผลให้เกิดภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรคติดต่อจากทั้ง 2 ฝ่าย หรือถ่ายทอดถึงบุตรในครรภ์ผ่านการมีเพศสัมพันธ์ เช่น โรคเอดส์ พบมากที่สุดในกลุ่มอายุ 20-24 ปี ร้อยละ 28.8 และร้อยละ 5.2 พบว่า เด็กที่ป่วยด้วยโรคเอดส์ส่วนใหญ่มักติดเชื้อจากมารดา
                  นอกจากนี้พบว่า มีคนไทยที่มียีนพันธุกรรมที่เป็นพาหะของโรคธาลัสซีเมีย มีประมาณ 50,000 ครรภ์ต่อปี และจากรายงานการปฏิบัติงานควบคุมกาม โรคพบว่า ผู้ป่วยที่ติดโรคทางเพศสัมพันธ์ในกลุ่มอายุ 20-29 ปี มีมากที่สุดร้อยละ 49
                  น.พ.ณรงค์ศักดิ์กล่าวต่อว่า ผู้ที่ตั้งใจอยู่ร่วมกันที่แต่งงานใหม่และยังไม่เคยมีบุตร หรือมีบุตรแล้ว รวมถึงต้องการมีบุตรต่อไป ควรมีความรู้ความเข้าใจเรื่องเพศสัมพันธ์และการคุมกำเนิดอย่างถูกต้อง ด้วยวิธีการให้ฝ่ายหญิงใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดหรือฝ่ายชายใช้ถุงยางอนามัย ซึ่งช่วยกำหนดระยะเวลาการมีบุตรและตั้งครรภ์ได้ตามต้องการ ไม่เสี่ยงภาวะแทรกซ้อนจากการทำแท้ง เมื่อเกิดการตั้งครรภ์แบบไม่พึงประสงค์ จะช่วยลดการเกิดปัญหาทางสังคมตามมาในระยะยาว
                  ส่วนกรณีคู่รักที่ไม่จดทะเบียนสมรสแต่อยู่ด้วยกัน อย่างเปิดเผยหรือไม่ก็ตาม จำเป็นต้องมีความรู้ในการเตรียมพร้อมเช่นกัน
                  จากข้อมูลการศึกษาสภาวะอนามัยวัยรุ่นพบว่า วัยรุ่นชายเริ่มมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกอายุ 13 ปี ในขณะที่วัยรุ่นหญิงในเมืองมีเพศสัมพันธุ์ก่อนแต่งงานร้อยละ 50 แสดงให้เห็นว่า การให้ความรู้ให้เกิดความตระหนักถึงผลดีของการดูแลสุขภาพและเตรียมความพร้อมจึงควรเริ่มต้นตั้งแต่ก่อนเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์
                  "สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งสำหรับชีวิตคู่คือ เรื่องเพศ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ชายหญิงต่างควรเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความแตกต่างของธรรมชาติและอารมณ์ ความรู้สึกทางเพศ รวมถึงสิ่งที่มีผลต่ออารมณ์และความรู้สึกทางเพศ เพื่อจะได้ปรับตัวและใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข"
                  คู่สมรสขอรับคำปรึกษาและตรวจสุขภาพทั่วไปได้ในโรงพยาบาลต่างๆ เนื่องจากการสนับ สนุนให้คู่สมรสได้มีการตรวจสุขภาพและป้องกันโรคถือเป็นพื้นฐานในการพัฒนาประชากรด้านสุขภาพ เพราะหากประชาชนมีสุขภาพไม่ดีตั้งแต่เกิดแล้วจะส่งผลให้การพัฒนาในด้านอื่นๆ ตามมา และที่สำคัญ ถ้าไม่มีการวางแผนครอบครัวที่ดีแล้ว เมื่อมีการหย่าร้างอาจก่อให้เกิดภาวะแก่ครอบครัวและสังคมด้วย

 

 

                                                                                 จากหนังสือพิมพ์ข่าวสด ปีที่ 18 ฉบับที่ 6480
29 สิงหาคม 2008